เมาแล้วขับ โทษหนักแค่ไหน อัปเดตกฎหมาย 2568 ที่คนไทยควรรู้

เมาแล้วขับ โทษหนักแค่ไหน อัปเดตกฎหมาย 2568 ที่คนไทยควรรู้

webmaster

음주운전 가해자의 법적 처벌 기준 - **"A serene autumn forest path. A young woman, wearing a stylish, loose-fitting long-sleeved sweater...

สวัสดีค่ะทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่ใกล้ตัวและสำคัญมากๆ ในสังคมไทยเรานะคะ หลายครั้งที่เราเห็นข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากการเมาแล้วขับทีไร ก็รู้สึกหดหู่ใจทุกที ไม่ใช่แค่ชีวิตที่ต้องสูญเสียไป แต่ยังรวมถึงอนาคตของหลายๆ คนที่ต้องพังทลายลงด้วย เมื่อก่อนหลายคนอาจจะคิดว่าเมาแล้วขับเป็นเรื่องเล็กน้อย โดนจับก็แค่เสียค่าปรับนิดหน่อย แต่ในปัจจุบันนี้ ขอบอกเลยว่ากฎหมายเอาจริงเอาจังมากๆ และบทลงโทษก็หนักหน่วงกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ เพราะรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความเสียหายร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมนี้ เลยได้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความปลอดภัยของพวกเราทุกคนบนท้องถนน จากประสบการณ์ที่เคยเห็นมา รวมถึงศึกษาข้อมูลต่างๆ พบว่าคดีเมาแล้วขับไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายจราจรธรรมดาอีกต่อไปแล้ว แต่ยังส่งผลกระทบถึงชีวิตและทรัพย์สินของคนอื่นอย่างมาก จนบางทีก็ถึงขั้นต้องรับผิดชอบกันไปตลอดชีวิตเลยก็มีนะคะ ถ้าอย่างนั้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าคนเมาแล้วขับจะต้องเจออะไรบ้าง บทลงโทษทางกฎหมายสำหรับผู้กระทำผิดฐานเมาแล้วขับในประเทศไทยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และผลกระทบที่ตามมาจะหนักหน่วงแค่ไหน มาหาคำตอบกันให้ชัดๆ ในบทความนี้กันเลยค่ะ

เมาแล้วขับ… ไม่ใช่แค่ถูกจับ แต่ติดคุกได้จริงเหรอ?

음주운전 가해자의 법적 처벌 기준 - **"A serene autumn forest path. A young woman, wearing a stylish, loose-fitting long-sleeved sweater...

บทลงโทษทางอาญาที่ต้องเจอ

หลายคนอาจจะเคยคิดว่าการเมาแล้วขับเป็นแค่เรื่องของการปรับเงิน เสียค่าปรับแล้วก็จบไป แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะคะเพื่อนๆ จากที่เคยได้ยินจากคนรู้จักที่ทำงานด้านกฎหมายมาเนี่ย เมาแล้วขับเนี่ยเป็นคดีอาญานะคะ ไม่ใช่แค่คดีแพ่งธรรมดาๆ ทั่วไป ซึ่งหมายความว่ามันมีโอกาสติดคุกได้จริงค่ะ ไม่ใช่แค่โดนปรับเฉยๆ นะ ยิ่งถ้าตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป สำหรับคนทั่วไปที่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือ 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไปสำหรับพวกเราที่เป็นมือใหม่หรือคนที่ไม่มีใบขับขี่เนี่ย โทษมันก็จะมาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับก็เป็นไปได้หมดเลยนะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าต้องเข้าไปอยู่ในห้องขังเนี่ย ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปขนาดไหน ไหนจะเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เรื่องส่วนตัวอีก มันไม่คุ้มเลยจริงๆ ค่ะ แค่คิดก็สยองแล้วเนอะ

เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงถึงขั้นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ทีนี้ถ้าเกิดเมาแล้วขับแล้วไปเกิดอุบัติเหตุซ้ำเติมอีก ทำให้คนอื่นบาดเจ็บเล็กน้อย บาดเจ็บสาหัส หรือแม้กระทั่งถึงแก่ความตายเนี่ย บทลงโทษมันจะยิ่งหนักขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยค่ะ เคยเห็นข่าวแล้วใจหายแวบทุกครั้ง ที่คนเมาแล้วขับไปชนคนอื่นจนเสียชีวิตเนี่ย เขาไม่ได้แค่ติดคุกไม่กี่ปีแล้วออกมาใช้ชีวิตปกติได้เลยนะคะ มันคือการจำคุกนานหลายปีเลยนะ แถมยังต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาล และที่สำคัญที่สุดคือใบขับขี่จะถูกเพิกถอน ไม่สามารถกลับมาขับรถได้อีกตลอดชีวิตเลยนะ นี่คือสิ่งที่เพื่อนๆ ต้องตระหนักไว้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยจริงๆ ค่ะ ชีวิตคนทั้งคนต้องมาจบลงเพราะความประมาทของเรา มันเป็นตราบาปติดตัวไปตลอดเลยนะ

ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด (มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) บทลงโทษ (ครั้งแรก)
ไม่เกิน 50 mg% (สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือผู้ที่ไม่มีใบอนุญาต) ไม่ถือว่าเมาแล้วขับ
เกิน 50 mg% (สำหรับผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่) จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
เกิน 20 mg% (สำหรับผู้ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, ผู้ที่ยังไม่พ้นโทษพักใช้ใบขับขี่, ผู้ที่อยู่ระหว่างทดลองขับ) จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายและจิตใจ จำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000-100,000 บาท พักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1-2 ปี
เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000-120,000 บาท พักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี
เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 3-10 ปี และปรับ 60,000-200,000 บาท เพิกถอนใบขับขี่

ใบขับขี่ที่เคยรัก จะหายไปในพริบตา!

การถูกพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

สำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนนเป็นประจำอย่างเราๆ เนี่ย ใบขับขี่ถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยใช่ไหมคะ มันเหมือนบัตรประจำตัวของการเดินทางเลยก็ว่าได้ แต่รู้ไหมคะว่าถ้าเราเมาแล้วขับเนี่ย ใบขับขี่ที่เราหวงแหนยิ่งกว่าอะไรบางอย่างอาจจะถูกพักใช้หรือถึงขั้นถูกเพิกถอนไปเลยก็ได้นะ!

จากที่เคยได้ยินมาเนี่ย การถูกพักใช้ใบขับขี่ก็คือเราจะขับรถไม่ได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งอาจจะ 6 เดือนไปจนถึง 2 ปีเลยทีเดียว ถามว่ามันส่งผลกระทบยังไงเหรอคะ?

ก็แน่นอนสิคะ! ถ้าเราต้องใช้รถไปทำงาน ไปรับส่งลูก ไปทำธุระต่างๆ แล้วอยู่ๆ ก็ขับไม่ได้เนี่ย ชีวิตมันจะลำบากขึ้นอีกเยอะเลยนะ ไหนจะต้องเสียค่าเดินทางเพิ่ม ไหนจะต้องขอให้คนอื่นช่วย ซึ่งมันก็ไม่สะดวกเลยจริงๆ ส่วนถ้าถูกเพิกถอนเนี่ย อันนี้หนักเลยค่ะ คือเราจะไม่สามารถขับรถได้อีกตลอดชีวิตเลยนะ จะไปทำใบขับขี่ใหม่ก็ไม่ได้แล้ว มันเหมือนเราถูกตัดขาดจากอิสระในการเดินทางไปเลย นี่คือสิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่เป็นผลกระทบที่ใหญ่หลวงมากจริงๆ ค่ะ

Advertisement

ผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการทำงาน

ลองจินตนาการดูสิคะว่าถ้าวันนึงเราไม่มีใบขับขี่แล้วเนี่ย ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปขนาดไหน โดยเฉพาะคนที่ต้องใช้รถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ที่ต้องวิ่งพบลูกค้า คนส่งของ หรือแม้แต่คนทำงานที่บ้านไกลๆ แล้วต้องขับรถไปทำงานทุกวัน การไม่มีใบขับขี่หมายถึงโอกาสในการทำงานบางอย่างก็จะหายไปด้วยเลยนะคะ ยิ่งสมัยนี้ที่การแข่งขันสูงเนี่ย การที่เรามีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางเนี่ย มันอาจจะทำให้เราเสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปเลยก็ได้นะ ส่วนตัวเคยเจอเพื่อนคนนึงที่โดนพักใช้ใบขับขี่เพราะเมาแล้วขับเนี่ย ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเยอะเลยค่ะ ต้องนั่งแท็กซี่ไปทำงานทุกวัน ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้น แถมยังต้องคอยรบกวนคนอื่นให้ช่วยไปส่งบ้าง คือมันไม่ได้กระทบแค่เรื่องเงินนะ แต่มันกระทบกับอิสระและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของเรามากๆ เลยค่ะ

ความรับผิดชอบทางแพ่ง… ชดใช้กันไปเท่าไหร่ถึงจะพอ?

ค่าเสียหายที่ต้องจ่ายให้กับผู้เสียหาย

นอกจากโทษทางอาญาแล้ว สิ่งที่ตามมาแบบเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือความรับผิดชอบทางแพ่งค่ะ ตรงนี้แหละที่บางทีหนักกว่าโทษติดคุกอีกนะ เพราะเราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุที่เราก่อขึ้นเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดรายได้ระหว่างรักษาตัว ค่าทำขวัญ ค่าปลงศพ หรือแม้กระทั่งค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของเขาด้วยนะ เคยได้ยินมาว่าบางเคสเนี่ย ค่าเสียหายทางแพ่งที่ต้องจ่ายเนี่ยเป็นหลักล้านเลยนะคะ ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยนะสำหรับคนธรรมดาอย่างเราๆ ถ้าไม่มีเงินก้อนขนาดนั้น เราอาจจะต้องถูกยึดทรัพย์สิน หรือต้องผ่อนชำระกันไปตลอดชีวิตเลยก็มีนะ คิดดูสิคะว่าเราต้องทำงานหาเงินไปใช้หนี้จากการกระทำผิดพลาดแค่ครั้งเดียวของเราเนี่ย มันบั่นทอนกำลังใจขนาดไหน บางคนถึงกับชีวิตพังไปเลยเพราะเรื่องนี้ก็มีค่ะ

ภาระหนี้สินที่ไม่จบสิ้น

การต้องชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งมันไม่ใช่แค่การจ่ายเงินก้อนเดียวนะคะ แต่มันอาจจะกลายเป็นภาระหนี้สินที่ติดตัวเราไปอีกนานแสนนานเลยค่ะ โดยเฉพาะถ้าผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนพิการ หรือเสียชีวิตเนี่ย การคำนวณค่าเสียหายก็จะยิ่งซับซ้อนและมีมูลค่าสูงขึ้นไปอีก เพราะต้องรวมถึงค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าขาดไร้อุปการะ หรือค่าเยียวยาจิตใจอื่นๆ ด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่หลายคนอาจจะไม่ได้เตรียมตัวรับมือไว้ก่อนเลย พอเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ก็ถึงกับหมดเนื้อหมดตัวกันไปเลยค่ะ ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลกระทบที่น่ากลัวมากๆ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของเราคนเดียวแล้ว แต่มันไปกระทบกับครอบครัวของเราด้วย ถ้าเราต้องเป็นหนี้เป็นสินจากการกระทำผิดพลาดของเราเนี่ย คนรอบข้างเราก็ต้องเดือดร้อนไปด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นคิดให้ดีๆ ก่อนจะตัดสินใจขับรถตอนดื่มนะคะทุกคน

ประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอดชีวิต… อนาคตที่เปลี่ยนไป!

ผลกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิต

ประวัติอาชญากรรม… แค่ได้ยินคำนี้ก็รู้สึกไม่ดีแล้วใช่ไหมคะ การเมาแล้วขับถูกจัดว่าเป็นคดีอาญา และเมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เราก็จะมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอดชีวิตเลยค่ะ หลายคนอาจจะคิดว่ามันไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับการใช้ชีวิตประจำวันเลย แต่จริงๆ แล้วมันส่งผลกระทบมากกว่าที่เราคิดเยอะเลยนะคะ โดยเฉพาะเรื่องของการสมัครงานเนี่ย บริษัทหลายแห่ง โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ หรือหน่วยงานราชการ จะมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครงานอย่างละเอียดเลยค่ะ ถ้าเรามีประวัติการเมาแล้วขับเนี่ย โอกาสที่จะได้งานดีๆ ก็อาจจะน้อยลงไปมาก หรือบางตำแหน่งอาจจะถูกปฏิเสธไปเลยก็เป็นได้นะ เคยเห็นเพื่อนที่ตั้งใจจะไปสอบเข้าทำงานราชการมากๆ แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวังไปเพราะมีประวัติอาชญากรรมติดตัวเนี่ย น่าเสียดายมากๆ เลยค่ะ

Advertisement

การถูกจำกัดสิทธิ์บางอย่างในสังคม

นอกจากเรื่องการทำงานแล้ว การมีประวัติอาชญากรรมยังอาจส่งผลให้เราถูกจำกัดสิทธิ์บางอย่างในการใช้ชีวิตอีกด้วยนะคะ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศบางประเทศอาจมีปัญหาเรื่องการขอวีซ่า เพราะเขาจะพิจารณาจากประวัติอาชญากรรมของเราด้วย หรือแม้แต่การทำธุรกรรมบางอย่าง การขอสินเชื่อ หรือการทำเรื่องที่ต้องใช้ความน่าเชื่อถือสูงๆ เนี่ย อาจจะติดขัดหรือไม่ได้รับการอนุมัติเลยก็เป็นได้นะ เพราะเราถูกมองว่ามีประวัติที่ไม่ดีนั่นเองค่ะ เรื่องพวกนี้มันอาจจะฟังดูไกลตัว แต่ถ้าวันหนึ่งเราต้องเจอจริงๆ เนี่ย มันคือเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับชีวิตเรามากๆ เลยนะคะ ส่วนตัวคิดว่าการมีประวัติอาชญากรรมเนี่ย มันเหมือนมีตราบาปติดตัวไปตลอดเลยนะ ไม่ว่าเราจะพยายามทำความดีแค่ไหน คนรอบข้างก็อาจจะยังมองเราด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป มันเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้หนักจริงๆ ค่ะ

ประกันภัย… จะคุ้มครองไหม ถ้าเมาแล้วขับ?

음주운전 가해자의 법적 처벌 기준 - **"A cozy, brightly lit nursery room. A happy baby, approximately one year old, is sitting on a soft...

เงื่อนไขการปฏิเสธความรับผิดชอบของบริษัทประกัน

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมักเข้าใจผิดบ่อยๆ เลยค่ะ คิดว่ามีประกันภัยรถยนต์แล้วจะครอบคลุมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่ขอบอกเลยว่าถ้าเราเมาแล้วขับเนี่ย บริษัทประกันภัยรถยนต์มีสิทธิ์ปฏิเสธความคุ้มครองได้ทันทีเลยนะคะ!

โดยส่วนใหญ่แล้ว กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะมีเงื่อนไขชัดเจนเลยว่า ถ้าผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดในขณะเกิดเหตุเนี่ย บริษัทประกันจะไม่รับผิดชอบค่าเสียหายใดๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมรถของเราเอง หรือค่าเสียหายของคู่กรณีก็ตามค่ะ นั่นหมายความว่าเราจะต้องควักเงินจ่ายเองทั้งหมดเลยนะ ไหนจะต้องเสียค่าปรับ เสียค่าซ่อมรถตัวเอง แถมยังต้องไปรับผิดชอบค่าเสียหายของคู่กรณีอีก ลองคิดดูสิคะว่าเงินที่จะต้องจ่ายเนี่ยมันจะบานปลายขนาดไหน

ภาระการรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง

ถ้าบริษัทประกันปฏิเสธความรับผิดชอบขึ้นมาจริงๆ เนี่ย นั่นหมายความว่าทุกอย่างจะตกมาเป็นภาระของเราทั้งหมดเลยค่ะ ตั้งแต่ค่าลากรถ ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาลของคู่กรณี ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี และอื่นๆ อีกมากมายที่เราต้องรับผิดชอบ มันเป็นเงินจำนวนมหาศาลเลยนะคะที่ต้องควักจ่ายเองทั้งหมด เคยได้ยินมาว่าบางเคสเนี่ย เจ้าของรถต้องขายบ้านขายช่องเพื่อมาใช้หนี้ที่เกิดจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับเลยนะ คือมันเป็นอะไรที่น่ากลัวมากๆ ค่ะ เพราะปกติแล้วถ้าเรามีประกันเนี่ย บริษัทประกันจะช่วยผ่อนเบาภาระตรงนี้ไปได้เยอะเลยใช่ไหมคะ แต่พอเมาแล้วขับปุ๊บ สิทธิ์ตรงนั้นก็หายไปทันทีเลยค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่ามีประกันแล้วจะรอดนะคะ ถ้าดื่มก็อย่าขับเด็ดขาดเลยค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด

ผลกระทบต่ออาชีพการงาน… ไม่ใช่แค่โดนปรับ!

Advertisement

การถูกพักงานหรือไล่ออกจากงาน

แน่นอนว่าเมื่อเราถูกดำเนินคดีในข้อหาเมาแล้วขับ ไม่ว่าจะเป็นการถูกจับหรือต้องขึ้นศาลเนี่ย มันย่อมส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ บริษัทส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่มีชื่อเสียงหรือบริษัทที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดี จะไม่พอใจกับพฤติกรรมนี้มากๆ เลยนะ บางบริษัทอาจจะมีนโยบายพักงาน หรือถ้าเป็นกรณีที่ร้ายแรงมากๆ หรือเรากระทำผิดซ้ำซ้อนเนี่ย อาจถึงขั้นถูกไล่ออกจากงานเลยก็เป็นได้นะคะ เคยเห็นหลายคนต้องตกงานเพราะเรื่องนี้มาแล้วค่ะ พอไม่มีงานทำ รายได้ก็ไม่มี แล้วไหนจะต้องไปใช้หนี้ค่าเสียหายอีกเนี่ย ชีวิตมันก็จะยิ่งแย่ลงไปอีกเลยนะ ยิ่งถ้างานที่เราทำเนี่ยต้องใช้รถหรือต้องเดินทางบ่อยๆ เนี่ย พอโดนพักใช้ใบขับขี่หรือถูกเพิกถอนไปเนี่ย ยิ่งแทบจะหมดโอกาสในการทำงานนั้นไปเลยทันที

โอกาสในการเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพ

นอกจากจะเสี่ยงต่อการถูกพักงานหรือไล่ออกจากงานแล้ว การเมาแล้วขับยังส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเจริญก้าวหน้าในสายอาชีพของเราด้วยนะคะ ลองคิดดูสิคะว่าถ้าเรามีประวัติที่ไม่ดีแบบนี้ติดตัวไปเนี่ย การเลื่อนตำแหน่ง การได้รับมอบหมายงานสำคัญๆ หรือแม้แต่การได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารหรือเพื่อนร่วมงานเนี่ย มันก็จะยากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยนะ เพราะภาพลักษณ์ของเราจะเสียไปแล้วค่ะ ผู้บริหารอาจจะมองว่าเราเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบ ไม่น่าไว้วางใจ ซึ่งมันจะส่งผลต่อเส้นทางอาชีพในระยะยาวของเราเลยค่ะ ส่วนตัวมองว่าการตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียวเนี่ย มันอาจจะส่งผลต่ออนาคตการงานของเราไปได้ตลอดชีวิตเลยนะคะ เพราะฉะนั้นต้องคิดให้รอบคอบมากๆ เลยค่ะ อย่าให้แค่ความสนุกชั่วคราวมาทำลายอนาคตของเราไปเลยนะ

จากใจคนเคยเห็นเหตุการณ์จริง… บทเรียนที่ต้องจำ!

ภาพจำของความสูญเสียที่ไม่สามารถลืมได้

บอกตามตรงนะคะว่าจากประสบการณ์ที่เคยเห็นเหตุการณ์เมาแล้วขับที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมาหลายครั้งเนี่ย มันเป็นภาพที่ติดตาและฝังใจมากๆ เลยค่ะ จำได้ครั้งนึงที่เคยเห็นรถยนต์คันนึงพุ่งชนมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ข้างทางอย่างจัง แล้วคนขับมอเตอร์ไซค์ก็กระเด็นไปไกลเลย ภาพนั้นมันน่าสะเทือนใจมากจริงๆ ค่ะ รู้สึกหดหู่และสงสารคนที่ต้องมาประสบเหตุเพราะความประมาทของคนอื่นมากๆ เลย พอได้ยินข่าวหรือเห็นเหตุการณ์แบบนี้ทีไรก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าคนขับรถดื่มแล้วรู้จักรับผิดชอบ ไม่ขับรถออกมาเนี่ย เรื่องร้ายๆ แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นใช่ไหมคะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนเมาแล้วขับคนเดียว แต่มันส่งผลกระทบถึงคนอีกหลายชีวิตเลยนะ ทั้งตัวผู้เสียหาย ครอบครัวของเขา เพื่อนฝูงของเขา คือมันเป็นความสูญเสียที่ใหญ่หลวงมากๆ จริงๆ ค่ะ

ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

จากที่เล่ามาทั้งหมดเนี่ย ส่วนตัวอยากจะบอกเพื่อนๆ ทุกคนเลยนะคะว่า ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการปาร์ตี้หรือสังสรรค์ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เนี่ย ไม่ใช่การตัดสินใจขับรถกลับบ้านเองอย่างแน่นอนค่ะ มันมีหลายวิธีมากๆ ที่เราสามารถเลือกใช้ได้นะ เช่น เรียกแท็กซี่ ใช้บริการรถสาธารณะ เรียกเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ไม่ดื่มมารับ หรือแม้กระทั่งนอนค้างคืนที่บ้านเพื่อนหรือโรงแรมใกล้ๆ ก็ยังได้เลยค่ะ ค่าใช้จ่ายอาจจะดูเหมือนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถ้าเทียบกับค่าปรับ ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่งอิสรภาพในชีวิตเนี่ย มันคุ้มค่ากว่ากันเยอะเลยนะคะ จริงๆ แล้วสังคมเราก็มีโครงการรณรงค์ “เมาไม่ขับ” เยอะแยะมากมายเลยนะ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเองนี่แหละค่ะ ว่าเราจะเลือกความปลอดภัยและรับผิดชอบต่อสังคม หรือจะเลือกความประมาทที่อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายร้ายแรงให้กับตัวเองและคนอื่น ขอให้ทุกคนตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มากๆ นะคะ รักตัวเอง รักคนรอบข้างค่ะ

글을마치며

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน หลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวและผลกระทบต่างๆ จากการเมาแล้วขับที่เรานำมาฝากกันวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และทำให้ทุกคนตระหนักถึงความอันตรายของพฤติกรรมนี้มากขึ้นนะคะ สำหรับตัวเราเอง บอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสร้างความเสียหายร้ายแรงได้จริงๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่ชีวิตเราเองที่จะต้องรับผิดชอบ แต่ยังรวมไปถึงชีวิตและอนาคตของคนรอบข้าง และคนที่อาจจะไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย การตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีของเรา อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตคนอื่นไปตลอดกาลได้เลยนะคะ

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. เตรียมตัวล่วงหน้า: หากรู้ว่าจะไปสังสรรค์หรือดื่ม ให้วางแผนการเดินทางกลับบ้านไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ เช่น นัดเพื่อนที่ไม่ดื่มให้มารับ หรือเตรียมเงินสำหรับเรียกแท็กซี่/แอปพลิเคชันเรียกรถไว้

2. ใช้บริการสาธารณะ: ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ มีระบบขนส่งสาธารณะที่หลากหลาย ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ หรือแท็กซี่ ลองใช้บริการเหล่านี้ดูนะคะ สะดวกสบายและปลอดภัยกว่าเยอะเลย

3. เลือกแอปพลิเคชันเรียกรถ: ปัจจุบันมีแอปฯ เรียกรถมากมายให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Grab, Bolt หรือ Indrive ซึ่งช่วยให้เรากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องขับรถเองตอนมึนเมา

4. พักค้างคืน: ถ้าดื่มเยอะจนไม่ไหวจริงๆ การหาที่พักใกล้ๆ หรือนอนค้างบ้านเพื่อนที่ไม่ดื่มก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีมากๆ ค่ะ ปลอดภัยทั้งตัวเราและผู้อื่นบนท้องถนน

5. ไม่ต้องเกรงใจที่จะปฏิเสธ: ถ้าเพื่อนชวนดื่มแล้วบอกให้ขับรถกลับเอง ไม่ต้องเกรงใจที่จะปฏิเสธนะคะ ชีวิตเราสำคัญกว่าความเกรงใจชั่วคราวค่ะ

중요 사항 정리

สรุปแล้ว การเมาแล้วขับนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ ที่ถูกปรับแล้วจบไป แต่เป็นคดีอาญาที่มีบทลงโทษร้ายแรง ตั้งแต่การจำคุก การเสียค่าปรับจำนวนมหาศาล การถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ รวมถึงต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทางแพ่งที่อาจเป็นภาระหนี้สินตลอดชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือการมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไป ซึ่งส่งผลกระทบต่ออนาคตการงานและการใช้ชีวิตในสังคมของเราอย่างใหญ่หลวง นอกจากนี้ ประกันภัยรถยนต์จะไม่คุ้มครองความเสียหายใดๆ หากเราเมาแล้วขับ ทำให้เราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง ทุกคนต้องจำไว้เลยนะคะว่าการดื่มแล้วขับไม่คุ้มค่าเลยจริงๆ ค่ะ เลือกที่จะปลอดภัยไว้ดีกว่านะคะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: ถ้าถูกจับข้อหาเมาแล้วขับโดยไม่มีอุบัติเหตุหรือทำให้ใครบาดเจ็บ จะต้องเจอโทษอะไรบ้างคะ?

ตอบ: โอ้โห… แค่ไม่มีอุบัติเหตุก็ถือว่าโชคดีมากๆ แล้วค่ะ แต่ถึงแม้จะไม่มีใครบาดเจ็บหรือไม่มีทรัพย์สินเสียหาย กฎหมายก็ยังคงเอาจริงเอาจังมากๆ นะคะ ตอนนี้ถ้าถูกจับว่าเมาแล้วขับ โดยทั่วไปแล้วปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจะต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์สำหรับคนทั่วไปค่ะ แต่ถ้าเป็นคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี หรือมีใบขับขี่ชั่วคราว (แบบ 2 ปี) แค่เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าเมาแล้วขับทันทีค่ะ ซึ่งบทลงโทษสำหรับการกระทำผิดครั้งแรกก็คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเลยนะคะ แถมยังโดนพักใช้ใบอนุญาตขับรถไม่น้อยกว่า 6 เดือนด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าเราปฏิเสธที่จะเป่าวัดแอลกอฮอล์ ก็จะถูกสันนิษฐานว่าเมาแล้วขับทันทีค่ะ โทษก็ใกล้เคียงกันคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 10,000 – 20,000 บาท และระงับใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน แถมศาลอาจสั่งพักหรือเพิกถอนใบขับขี่ และยึดรถไว้ไม่เกิน 7 วันด้วยนะ ฉันเองเคยได้ยินเรื่องราวจากคนใกล้ตัวที่โดนจับมาแล้ว บอกเลยว่าชีวิตวุ่นวายไปหลายเดือนเลยค่ะ ทั้งขึ้นโรงขึ้นศาล ไหนจะค่าปรับอีก คือมันไม่คุ้มจริงๆ นะคะ

ถาม: แล้วถ้าเมาแล้วขับจนเกิดอุบัติเหตุ มีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต บทลงโทษจะหนักขึ้นขนาดไหนคะ?

ตอบ: อันนี้แหละค่ะที่น่ากลัวที่สุด และเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องตระหนักให้มากๆ เลยนะ เพราะถ้าเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ หรือร้ายแรงกว่านั้นคือถึงแก่ความตาย บทลงโทษจะหนักหน่วงขึ้นมากจนอาจเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดเลยค่ะ
ถ้าทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บเล็กน้อย จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท และถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ถ้าทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส โทษจะหนักขึ้นอีกค่ะ คือจำคุกตั้งแต่ 2-6 ปี ปรับ 40,000-120,000 บาท และระงับใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี ลองคิดดูสิคะว่าถ้าใครคนหนึ่งต้องเจ็บหนักเพราะความประมาทของเรา เขาและครอบครัวเขาจะต้องใช้ชีวิตอย่างไรต่อ
และที่เลวร้ายที่สุดคือ ถ้าทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อันนี้คือไม่สามารถเรียกคืนได้เลยค่ะ โทษคือจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที นอกจากโทษทางอาญาแล้ว คุณยังต้องรับผิดชอบทางแพ่งมหาศาล ทั้งค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศพ ค่าปลงศพ และค่าเสียหายอื่นๆ อีกมากมายไปตลอดชีวิตเลยนะคะ บางกรณีก็ไม่สามารถประกันตัวได้ด้วยซ้ำ จากประสบการณ์ที่เคยศึกษาคดีต่างๆ มา ฉันเห็นมาเยอะแล้วว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทอง แต่มันคือตราบาปในใจที่ติดตัวไปจนตายเลยค่ะ ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ นะ

ถาม: นอกเหนือจากโทษปรับและจำคุกแล้ว การเมาแล้วขับมีผลกระทบอะไรต่อชีวิตเราอีกบ้างที่คนส่วนใหญ่มองข้ามไปคะ?

ตอบ: เป็นคำถามที่ดีมากเลยค่ะ เพราะหลายคนอาจจะคิดแค่เรื่องโทษตามกฎหมาย แต่จริงๆ แล้ว ผลกระทบจากการเมาแล้วขับมันลึกซึ้งและกว้างขวางกว่านั้นเยอะเลยค่ะ ไม่ใช่แค่โดนจับ โดนปรับ หรือติดคุกเท่านั้นนะคะ
ประวัติอาชญากรรม: การเมาแล้วขับถือเป็นคดีอาญา นั่นหมายความว่าคุณจะมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอดชีวิต ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการทำงานบางอาชีพ โดยเฉพาะงานราชการ หรืองานที่ต้องใช้ความน่าเชื่อถือสูงค่ะ
ใบอนุญาตขับขี่: ถึงแม้จะไม่ได้ถูกเพิกถอนถาวรในครั้งแรก แต่การถูกพักใช้ใบขับขี่ก็ทำให้ชีวิตประจำวันลำบากมากนะคะ การเดินทางไปทำงาน ไปส่งลูก หรือทำธุระต่างๆ ก็จะไม่สะดวกเหมือนเดิม บางคนอาจต้องเสียงานเพราะไม่มีใบขับขี่ก็มีค่ะ
เรื่องประกันภัย: อันนี้สำคัญมากเลยนะคะ!
ถ้าเกิดอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ บริษัทประกันส่วนใหญ่จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของคุณค่ะ คุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง ซึ่งค่าซ่อมรถยนต์สมัยนี้ไม่ใช่ถูกๆ เลยนะ!
แม้ พ.ร.บ. จะยังคุ้มครองคู่กรณี แต่ความเสียหายของรถเรานี่แหละค่ะที่ต้องจ่ายเองทั้งหมด
ผลกระทบต่อจิตใจและสังคม: การที่เราไปทำความเสียหายให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มันสร้างความรู้สึกผิดติดตัวไปตลอดชีวิตนะคะ ไหนจะสายตาของคนรอบข้าง ความอับอายในสังคม ครอบครัวก็ต้องพลอยรับผลกระทบไปด้วย การใช้ชีวิตในสังคมก็อาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปค่ะ ฉันเชื่อว่าไม่มีใครอยากเจอเรื่องแบบนี้หรอกจริงไหมคะ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ “ดื่มไม่ขับ” ค่ะ รักตัวเอง รักคนรอบข้าง อย่าให้ความประมาทเพียงชั่ววูบต้องมาทำลายทุกอย่างในชีวิตเลยนะคะ

📚 อ้างอิง

Advertisement